เจาะลึกสาเหตุของอาการ “เพลียหลังตื่น” แม้นอนครบ 8 ชั่วโมง

การนอนครบ 8 ชั่วโมงตามทฤษฎี แต่ตื่นมาแล้วยังรู้สึกเหมือน “ไม่ได้นอน” หรือตื่นมาแล้วยังเหนื่อยมากๆอยู่นั้นเป็นเพราะ “การนอนไม่มีคุณภาพ” นั่นเองครับ

เพราะถ้านอนหลับตามปกติยังไงตื่นมาก็ต้องเหนื่อยน้อยกว่าตอนก่อนแน่นอนครับ แต่ถ้าตื่นมาแล้วยังรู้สึกเหนื่อย หรือรู้สึกไม่ได้นอนอาจจะหมายความได้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการนอนเกิดขึ้นครับ

เจาะลึกสาเหตุของอาการ "เพลียหลังตื่น" แม้นอนครบ 8 ชั่วโมง

1.ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

นี่คือ “เพชฌฆาตเงียบ” ของคุณภาพการนอน แม้คุณจะหลับยาว 8 ชั่วโมง แต่ถ้ามีภาวะนี้ ร่างกายจะหยุดหายใจเป็นพักๆ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง สมองจะคอยกระตุ้นให้คุณตื่น (Micro-arousal) เพื่อหายใจใหม่ตลอดคืน

  • สัญญาณเตือน: นอนกรนดัง, สะดุ้งตื่นมาสำลักน้ำลาย, คอแห้งหรือปวดหัวตอนเช้า
  • ผลลัพธ์: คุณจะไม่ได้เข้าสู่ช่วง Deep Sleep (หลับลึก) ที่นานพอ ร่างกายจึงซ่อมแซมตัวเองไม่ได้

2.อาการ “เมาค้างจากการนอน”

บางครั้งความเพลียไม่ได้เกิดจากโรค แต่เกิดจาก “จังหวะการตื่น” หากนาฬิกาปลุกดังขึ้นในช่วงที่คุณกำลัง หลับลึก พอดี สมองจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดอาการมึนงงและเพลีย ซึ่งอาจกินเวลาตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง

  • ทางแก้: ลองใช้แอปฯ ปลุกอัจฉริยะที่ตรวจจับรอบการนอน เพื่อให้ปลุกในช่วงที่เรารู้สึกตัวตื่นง่ายที่สุด (Light Sleep)

3.สภาพแวดล้อมและสิ่งกระตุ้น

ปัจจัยภายนอกที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่อาจขัดขวางการหลับลึกของคุณได้:

  • แสงสีฟ้า: การเล่นมือถือก่อนนอนยับยั้งการหลั่ง Melatonin ทำให้สมองตื่นตัว
  • อุณหภูมิ: ห้องที่ร้อนเกินไปทำให้ร่างกายลดอุณหภูมิแกนกลางไม่ได้ ซึ่งจำเป็นต่อการเข้าสู่โหมดหลับลึก
  • แอลกอฮอล์: หลายคนดื่มเพื่อให้หลับง่าย แต่แอลกอฮอล์จะทำลายโครงสร้างการนอนช่วง REM ทำให้ฝันร้ายหรือหลับไม่สนิท

4.ภาวะทางสุขภาพและสารอาหาร

  • โรคโลหิตจาง (Anemia): การขาดธาตุเหล็กทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้น้อย ส่งผลให้เพลียเรื้อรัง
  • ฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ: ไทรอยด์ที่ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) จะทำให้ระบบเผาผลาญช้าลงและรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา
  • ภาวะขาดวิตามิน: โดยเฉพาะวิตามิน B12, วิตามิน D และแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อระบบประสาทและการพักผ่อน

5.ความเครียดสะสมและสุขภาพจิต

ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่ง Cortisol ออกมามากเกินไป แม้คุณจะหลับได้ แต่สมองจะอยู่ในสภาวะ “เฝ้าระวัง” ตลอดคืน ทำให้กล้ามเนื้อตึงเครียดและไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ภาวะซึมเศร้ายังสัมพันธ์โดยตรงกับการนอนเยอะแต่ยังรู้สึกเหนื่อยล้า (Hypersomnia)

คำแนะนำ

  1. จด Sleep Diary: บันทึกเวลาเข้านอน ตื่นนอน และพฤติกรรมก่อนนอน
  2. สังเกตอาการร่วม: มีอาการปวดเมื่อยตัว ขี้หลงขี้ลืม หรือปวดหัวตอนเช้าด้วยไหม?
  3. ปรึกษาแพทย์เพื่อทำ Sleep Test: หากสงสัยว่ามีการหยุดหายใจขณะหลับ การทำ Sleep Test จะช่วยหาคำตอบที่ชัดเจนที่สุดครับ


แค่นอนหลับให้ดีในทุกวันก็เหมือนถูกหวยไวในชีวิตแล้วครับ เพราะการนอนใช้เวลาถึง 1 ใน 3 ของชีวิตมนุษย์เลย ถ้าหากอายุ 60 ปี ก็เหมือนนอนไปแล้ว 20 ปี ครับ ถ้าหากการนอนไม่ดีอาจจะอยู่ไม่ถึง 60 ปีก็ได้นะ